วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2560

วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ.2560



บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 1

ความรู้ที่ได้รับ

          ในวันนี้เป็นการเรียนการสอนครั้งแรกของเทอมนี้  หนูรู้สึกตื่นเต้นและอยากรู้มากว่าในวิชาการเรียนรวมนี้เป็นการเรียนเกี่ยวกับอะไรและเรียนในเรื่องไหน  แต่อาจารย์เบียร์ได้อธิบายต้นคาบว่าการเรียนรวมเป็นการเรียนระหว่างเด็กพิเศษกับเด็กธรรมดาโดยในเรียนในห้องเดียวกันได้อย่างไม่มีปัญหา


          จากนั้นอาจารย์ก็พูดถึงการลงสังเกตการสอนในปีหน้าคือปี 4  นั้นเอง  รวมไปถึงการพูดถคงเนื้อหาเบื้องต้นหรือความรู้เบื้องต้นทีพวกเรานั้นเคยได้รับว่ายังจำได้อยู่หรือไม่ แต่ละคนตอบกันผิดๆถูกๆสลับระหว่างน้องดาวน์กับน้องออทิสติก  555 เมื่อถามตอบเสร็จอาจารย์เบียร์ได้ทำการแจกใบปั๊มในการมาเรียนตามธรรมเนียมการสอนของอาจารย์ 555 ยังคงความน่ารักเสมอ


และนี้คือหน้าตาใบปั๊มที่เราๆชาวปฐมวัยคุ้นตากันนะฮ่าาาา 

                
                                                                                                      





เนื้อหาในสไลด์


เด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
 ( Early Childhood with special needs )

1. ทางการแพทย์ มักจะเรียกเด็กที่มีความต้องการพิเศษว่า “เด็กพิการ”

2. ทางการศึกษา
ให้ความหมายเด็กที่มีความต้องการพิเศษว่าหมายถึงเด็กที่มีความต้องการทางการศึกษาเฉพาะ
ของตัวเอง 

สาเหตุที่ทำให้เกิดความบกพร่องทางพัฒนาการ

1. พันธุกรรม
          เด็กจะมีพัฒนาการล่าช้ามาตั้งแต่เกิดหรือสังเกตได้ชั่วระยะไม่นานหลังเกิด  มักมีลักษณะผิดปกติแต่กำเนิดร่วมด้วย   เช่น ดาวน์ซินโดรม 
                                   เด็กผิวเผือก (Albinism) คือ ผิวที่ไม่เม็ดสีเมลานินในการสังเคราะห์แสง เวลาโดนแสงแดดจะแสบร้อน และมีผิวที่ขาวมากๆ  ตาจะมีสีแดง 
                                   ปากแหว่งเพดานโหว่ (Cleft Lip / Cleft Palate) ต้องรักษาด้วยการผ่าคัดตั้งแต่เด็กๆมักเกิดกับครอบครัวที่ยากจน  มีปัญหาการพูดเวลาพูดจะมีลมออกจากปากตลอดเวลา ดังรูป



                                   ธาลัสซีเมีย  คือ  เป็นโรคที่เม็ดเลือดแดงน้อยเนื่องจากแตกหมด เม็ดเลือดแดงจะมีรูปร่างบิดเบี้ยวไม่เป็นเม็ดกลมๆทั่วไป อาการดังรูป


                                    ท้าวแสนปม (Neurofibromatosis)  คือ  จะเป็นตุ่มเนื้องอกออกมาตามตัว ไม่มีทางหาย ทำได้แค่รักษาให้ดีขึ้น  ตัดแล้วงอกใหม่เหมือนหางจิ้งจก  ตอนเด็กจะเป็นน้อยโตตามตัว มีจำนวนเท่าอายุคนเป็น


2. โรคของระบบประสาท  
          เด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการส่วนใหญ่มักมีอาการหรืออาการแสดงทางระบบประสาทร่วมด้วย ที่พบบ่อยคืออาการชัก  คือระบบประสาททำงานผิดปกติ เช่น ลมบ้าหมู
3. การติดเชื้อ 
• การติดเชื้อตั้งแต่อยู่ในครรภ์ น้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย ศีรษะเล็กกว่าปกติ อาจมีตับม้ามโต 
การได้ยินบกพร่อง ต้อกระจก
• นอกจากนี้การติดเชื้อรุนแรงภายหลังเกิด เช่น สมองอักเสบ เยื้อหุ้มสมองอักเสบ เป็นสาเหตุที่
พบได้บ้าง
4. ความผิดปกติเกี่ยวกับเมตาบอลิซึม 
โรคที่ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขไทย คือ ไทรอยด์ฮอร์โมนในเลือดต่ำ
5. ภาวะแทรกซ้อนระยะแรกเกิด
เกิดก่อนกำหนด น้ำหนักตัวแรกเกิดน้อย และภาวะขาดออกซิเจน
6. สารเคมี
• ตะกั่ว เป็นสารที่มีผลกระทบต่อเด็กและมีการศึกษามากที่สุด
• แอลกอฮอล์ มีอัตราการเพิ่มน้ำหนักหลังเกิดน้อย ศีรษะเล็ก
• นิโคติน เพิ่มอัตราการตายในวัยทารก
7. การเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมรวมทั้งการขาดสารอาหาร
ไม่ใช่สาเหตุหลุกที่ทำให้เกิดเด้กพิเศษ
8. สาเหตุอื่นๆ


แนวทางการวินิจฉัยเด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ
1. การซักประวัติ
2. การตรวจร่างกาย
3. การสืบค้นทางห้องปฏิบัติการ
4.การประเมินพัฒนาการ







การนำไปประยุกต์ใช้
                   จากความรู้ในวันนี้ทำให้รู้ถึงความหมายของโรคของเด็กพิเศษต่างๆและสามารถรู้วิธีการรับมือของพวกเขาได้อย่างถูกต้อง ไม่ให้แค่การดูแลอย่างถูกต้องแต่ต้องเอาใจใส่และรักเขาจริงๆด้วยจึงจะทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า อีกทั้งการเรียนรวมระหว่างเด็กธรรมดากับเด็กพิเศษไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

การประเมิน

ประเมินตนเอง   มีความตั้งใจในการเรียนและสนุกสนานกับเนื้อหา เพราะไม่ยาก 
ประเมินเพื่อน      เพื่อนๆสนุกสนานกับเนื้อหาและมีความตั้งใจในการเรียนกันทุกคน
ประเมินอาจารย์   อาจารย์สอนสนุก ไม่เบื่อ  สรรหากิจกรรมมาให้ทำทุกคาบ เข้าสอนตรงต่อเวลา